วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555

พูเดิ้ล


 
ลักษณะทั่วไป
      พูเดิ้ลที่มีสายพันธุ์ดีจะเป็นสุนัขที่ฉลาดและตอบสนองไวที่สุดในบรรดาสุนัข ทั้งหมด พูเดิ้ลมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาดมาตรฐาน ขนาดเล็ก และขนาดทอย(ตุ๊กตา) พูเดิ้ลทุกขนาดจะเป็นสุนัขที่น่าหยิกน่าหมั่นไส้ แสนประจบ ซน และขี้เล่น พูเดิ้ลพันธุ์เล็กกับพันธุ์ทอยมีอุปนิสัยที่ไม่ค่อยไว้ใจคนแปลกหน้า และมีความอดทนกับเด็กน้อยกว่าพันธุ์สมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม พูเดิ้ลเป็นสุนัขที่ฝึกง่าย สั่งให้ทำอะไรก็ทำ ซึ่งคุณก็ควรฝึกสอนตั้งแต่เนิ่นๆ แล้วคุณจะเห็นว่ามันมีความสามารถในการทำตามคำสั่งที่ยอดเยี่ยมทีเดียว ข้อเสียของมันก็คือมันมีนิสัยชอบเห่า แต่คงเพราะตัวเล็กไปหน่อยจึงได้แต่เห่าอย่างเดียว ทำอะไรใครไม่ได้ สุนัขพันธุ์นี้เหมาะที่จะเลี้ยงในคอนโด แต่ก็ควรให้ได้รับการออกกำลังกายพอสมควรด้วยแต่ถ้าใครคิดจะเลี้ยงเจ้าพุด เดิ้ลขนาดจิ๋ว (เล็กกว่าพันธุ์ทอย) ก็จงระวังให้ดี เพราะมันค่อนข้างขี้โรคและมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย
ความเป็นมา
      พูเดิล มีชีวิตอยู่หลายศตวรรษ และมีเอกสารอ้างอิงมากมายว่าพบในเยอรมนี อังกฤษ อิตาลีและฝรั่งเศสหลักฐานที่พบเป็นภาพสุนัขที่ถูกตัดขนให้ดูคล้ายสิงห์โต โดยส่วนท้ายของลำตัวจะไม่มีขนปกคลุม ยกเว้นบริเวณรอบขาและหางที่มีขนลักษณะพองฟูขณะที่ลำตัวส่วนหน้าเต็มไปด้วยขนที่หนา ยกเว้นบริเวณใบหน้าและขาหน้าซึ่งเป็นการยืนยันว่าในยุคนั้น พูเดิลถูกใช้เพื่อเกมกีฬาเก็บคาบ แต่ก่อนขน พูเดิล จะหนักมากเวลาตัว เปียกต้องคอยตัดออกบ้าง หางยังยาวเป็นพุ่ม มีริบบิ้นผูกไว้ที่ปลายหาง ในขณะปฏิบัติงานเพื่อแยกพูเดิลออกจาก นกหรือสัตว์อื่นๆ
ลักษณะนิสัย
     ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ขนาดใด ทุกคนจะรู้ถึงความเฉลียวฉลาดของ พูเดิ้ล เป็นอย่างดีพวกเขาดูมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยมิตรภาพและเป็นผู้คุ้มกันที่ยอดเยี่ยม
การดูแล
 

   พูเดิ้ล เหมือนกับสายพันธุ์อื่นที่มีขนสองชั้นเป็นปุย ดูคล้ายขนแกะ มีการผลัดขนเหมือนสุนัขพันธุ์อื่นๆ แต่จะจับตัวอยู่กับขนชั้นในซึ่งต้องคอยตัดแต่งขน พูเดิล สม่ำเสมอไม่เช่นนั้นขนจะจับตัวกันเป็นก้อน จนดูแลอยาก
    ถึงแม้ว่าเราต้องคอยดูแลเรื่องขนของ พูเดิล เป็นพิเศษ แต่จะเป็นผลดีต่อคนที่มีอาการแพ้ขนสัตว์ และป้องกันขนและกลิ่นของสุนัขไปติดพรม เฟอร์นิเจอร์ หรือเสื้อผ้าได้ด้วยอาหารที่ครบถ้วน คุณค่าสารอาหารและสมดุล รวมทั้งการออกกำลังกาย เป็นสิ่งจำเป็นกับสุนัขทุกตัว
    นอกจากนี้การฝึกฝนเขาให้เชื่อฟังคำสั่ง จะทำให้ง่ายต่อการดูแลเขา แต่อย่าลืมความรักซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุด แล้วคุณจะได้รางวัลกลับคืนเป็นความรัก ความภักดี และการปกป้องจาก พูเดิล ของคุณเท่าที่เขาจะทำได้
 
 
 
ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
เหมาะกับผู้เลี้ยงเกือบจะทุกคน ทอย พูเดิ้ล พัฒนาเพื่อเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนให้กับผู้ที่มีที่อยู่อาศัยขนาดเล็กหรือมีพื้นที่ไม่มากนัก
ข้อควรจำ
-
 
 
 
มาตรฐานสายพันธุ์
 
 
 
ขนาด
 Poodle มี 3 ขนาดและจัดอยู่ในกลุ่มต่างๆ ดังนี้ Standard Poodle มีขนาด ความสูงไม่ต่ำกว่า 15 นิ้ว Miniatrue Poodle มีความสูง 11-15 นิ้ว ทั้ง 2 ขนาดนี้ จัดอยู่ในกลุ่มของ Non-Sporting Toy Poodle มีขนาดความสูงไม่เกิน 11 นิ้ว จัดอยู่ในกลุ่ม Toy ส่วนขนาด Tea-Cup ซึ่งเล็กกว่า Toy Poodle เป็นเพียงขนาดไม่ได้จัดประกวด มีความสูงตั้งแต่ 8 นิ้วลงไป นับเป็น Pet-Quality ที่นิยมเลี้ยงกันเท่านั้นจะเข้าประกวดไม่ได้เลย ถือเป็น Poodle ที่ด้อยผิดมาตรฐานของสายพันธุ์ Poodle ทั่วๆ ไป 
ศีรษะ
 หัวกะโหลกมีลักษณะค่อนข้างกลม แก้มค่อนข้างแบนหากมองจาด้านบน ลักษณะจากส่วนหัวถึงปลายจมูกจะมีลักษณะคล้ายรูปหยดน้ำ 
ฟัน
 ขาวแข็งแรง ขบแบบกรรไกร 
ปาก
 ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของหัวกะโหลก สันปากตรงแข็งแรง ริมฝีปากตึงไม่ห้อยหย่อนยานหรือปากล่างหนาจนเกินไป 
ตา
 มีลักษณะเป็นรูปกลมค่อนข้างรี คล้ายผลอัลมอนด์ ตาสีเข้ม ขอบตาเข้ม ตามีแววร่าเริง ตื่นตัวเสมอ 
หู
 ห้อยแนบชิดส่วนหัว โคนหูจะอยู่ในระดับต่ำกว่าตาเล็กน้อย หูมีขนยาว ใบหูค่อนข้างกว้างและหนา 
จมูก
 มีมุมหักพอสมควรหรือลาดลง 
คอ
 มีขนาดค่อนข้างยาว ทำให้ Poodle ดูสง่างาม ขณะเชิดหัวขึ้นหนังคอตึง คอประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 
อก
 ลึก กว้างพบประมาณ 
ลำตัว
 มองจากด้านข้าง มีลักษณะคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ความสูงของลำตัวมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของลำตัว เส้นหลังตรงแข็งแรง 
เอว
 สั้น ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ 
ขาหน้า
 มองจากด้านหน้า ขาหน้าตั้งตรง ขาหน้าทั้ง 2 ข้างขนานกัน ห่างกันพอเหมาะ มองจากด้านข้างอยู่ในแนวเดียวกับหัวไหล่ ขาหน้ามีกระดูกและกล้ามเนื้อสัมพันธ์กับขนาดของสุนัข ข้อเท้าหน้าแข็งแรง เท้ามีขนาดเล็ก รูปกลมรีไม่แบนเหมือนตีนเป็ด ฝ่าเท้าหนา เท้าชี้ตรงไปด้านหน้า ไม่บิดซ้ายบิดขวา นิ้วติ่งตัดออก เล็บควรตัดสั้น 
ขาหลัง
 มองจากด้านหลัง ขาหลังตรง ขนานกัน ขาหลังท่อนบนมีกล้ามเนื้อมาก ข้อเท้าสั้น ตั้งฉากกับพื้น ขาเท้าหลังทำมุมพอประมาณ และสัมพันธ์กับลำตัวส่วนหน้า เท้าหลังมีลักษณะเหมือนเท้าหน้าคือไม่บิดซ้ายบิดขวา 
หาง
 โคนหางอยู่ในระดับสูง หางตั้งตรงไม่ชี้เอนไปด้านหลังขณะเดิน หางนิยมตัดออก 1 ใน 3 ส่วนของความยาวของหางทั้งหมด 
ขน
 Poodle มีขน 2 ชั้น ขนชั้นบนอ่อนนุ่ม ขนชั้นนอกยาว ขนชั้นนอกนี้มี 2 ชนิด คือ ชนิดหยิกและชนิดหยิกคลายเป็นเกลียวคลื่น Poodle นิยมตัดแต่งขนให้มีรูปทรงต่างๆ กันได้หลากหลายตามแฟชั่นในแต่ละสถานที่ แต่มีข้อบังคับแน่นอนในสนามประกวด ดังนี้ อายุน้อยกว่า 12 เดือน ตัดทรง Puppy Clip เมื่ออายุเกิน 12 เดือนไปแล้วต้องตัดทรง English หรือทรง Continental Clip 
สีขน
 มีขนสีเดียวตลอดทั้งตัว ขนอาจมีสีจางลงได้ Poodle ขาวอาจมีสีครีมอ่อนที่หูได้ แต่ไม่ใช่สีตัดกันจนเป็นสีน้ำตาล Poodle สีน้ำตาลช็อกโกแลต กาแฟ แอปปริคอท มักมีจมูก, ขอบตา, เล็บ, ริมฝีปาก สีน้ำตาลเข้มๆ หรือสีตับ ส่วน Poodle สีดำ เทาดำ เทาเงิน ครีม และขาวจะมีจมูก, เล็บ, ขอบตา, ริมฝีปากและไรจมูกเป็นสีดำ 
 

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์


เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์ (อังกฤษ: West Hightland White Terrier) หรือที่นิยมเรียกเล่น ๆ ว่า เวสตี้ (Westie, Westy) เป็นสายพันธุ์สุนัขพันธุ์เล็กสายพันธุ์หนึ่ง มีจุดกำเนิดจากแคว้นสก็อตแลนด์ เดิมเคยเป็นสายพันธุ์ร่วมกับ สก็อตติช เทร์เรียร์ และ เครน เทร์เรียร์ ในยุคศตวรรษที่ 19 จนกระทั่งถึงต้นศตวรรษที่ 20 เชื่อว่า เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์ เป็นสุนัขที่มาสืบเชื้อสายมาจากในพระราชวังของพระเจ้าเจมส์ที่ 1
เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์ เป็นที่รู้จักครั้งแรกจากงานประกวดสุนัข ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1907 ในปีถัดมาได้ลงทะเบียนกับสมาคมสุนัขอเมริกัน ในชื่อ โรสเนท เทร์เรียร์ หลังจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น เวลสต์ ไฮต์แลนด์ ไวต์ เทร์เรียร์ อย่างเป็นทางการในปัจุบัน เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ค.ศ. 1909 เนื่องจากมีการผสมพันธุ์ให้กลายมาเป็น สีขาวล้วน
เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์ เป็นสุนัขขนาดเล็ก ตาเป็นวงกลมสีดำ ขนยาวสีขาวมี 2 ชั้น ชั้นนอกมีลักษณะเหยียดยาว หยาบ ขนชั้นในจะสั้นและนุ่ม หูมีขนาดเล็กมีทั้งตั้งตรงและตกลง ตัวผู้มีความสูงประมาณ 25 – 30 เซนติเมตร ตัวเมีย 23 – 28 เซนติเมตร น้ำหนัก ตัวผู้ 7 – 10 กิโลกรัม, ตัวเมีย 6 – 7 กิโลกรัม มีจุดเด่นคือสีขนจะมีความขาวสว่างทำให้ดูมีสง่าราศี มีอายุเต็มที่ประมาณ 15 ปี
เนื่องจากเคยเป็นสุนัขล่าสัตว์มาก่อนจึงมีนิสัยที่กล้าหาญ จนถูกขนานนามว่า "สุนัขใหญ่ในร่างเล็ก" เวสต์ไฮต์แลนด์ไวต์เทร์เรียร์ จึงเป็นสุนัขที่มีนิสัยระแวดระวังอยู่เสมอ และเห่าเก่งถึงแม้ตัวจะมีขนาดเล็ก รวมทั้งมีนิสัยที่หวงสิ่งของของมันเองมาก รวมถึงเจ้าของและอาหารด้วย โดยปกติแล้วจะเป็นสุนัขที่เข้ากับเด็กและสัตว์อื่น ๆ ได้ง่าย ชอบวิ่งเล่นเป็นประจำ จึงไม่ควรให้อยู่ในห้องแคบ ๆ สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ได้เร็ว แต่เนื่องจากตัวเล็กจึงมักจะเหนื่อยง่าย
มักจะเป็นสุนัขที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนังแห้ง จึงทำให้ไม่ควรอาบน้ำให้บ่อยเกินไปนัก โดยปกติควรจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง แต่เนื่องจากมีขนยาว จึงควรที่จะแปรงขนให้บ่อย ๆ และทำความสะอาดหูด้วยสำลีจะช่วยป้องกันการสะสมของไขมันและสิ่งสกปรกได้
Simon ciel 2.jpg

บูลเทร์เรียร์ (Bullterrier)


ษณะทั่วไป สุนัขพันธุ์ BULL TERRIER เกิดจากการผสมข้าม พันธุ์ระหว่างสุนัขพันธุ์ BULLDOG, WHITE ENGLISH TERRIER และ SPANISH POINTER สุนัขพันธุ์ BULL TERRIER เป็นสุนัขที่ แข็งแรง ในสมัยก่อนนิยมใช้ในกีฬากัดสุนัข สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่มี หน้าตาแปลกพันธุ์หนึ่ง
อุปนิสัย ร่าเริง ตื่นตัวเสมอ ฉลาด สามารถนำมาฝึกได้
ส่วนหัว มีลักษณะยาว และลึก หัวมีลักษณะคล้ายรูปไข่ เส้นที่ลาก จากหัวกะโหลกจรดปลายจมูก เป็นเส้นโค้ง หัวกะโหลกระหว่างหูมี ลักษณะแบน ความยาวของปากจะยาวกว่าความยาวของหัวกะโหลก เล็กน้อย ริมฝีปากตึง
หู มีขนาดเล็ก บาง หูทั้งสองอยู่ชิดกัน หูตั้ง
ตา ค่อนข้างลึก สียิ่งเข้มยิ่งดี มีขนาดเล็ก ตามีลักษณะคล้ายรูปสามเหลี่ยม
จมูก สีดำ ปลายจมูกโค้งเล็กน้อย
ฟัน แข็งแรง ฟันขบแบบกรรไกร
ลำตัว มีลักษณะกลม ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ
คอ มีขนาดค่อนข้างยาว ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ หนังคอตึงไม่ย่น
อก มีขนาดค่อนข้างกว้างใหญ่และลึก
ขาหน้า มีกระดูกค่อนข้างใหญ่และยาวข้อเท้าหน้าแข็งแรงขาหน้าตั้งฉากกับพื้น มองจากด้านหน้า ขาหน้าตรง ห่างกันพอเหมาะ การยึดมั่นคง เท้าคล้ายเท้าแมวนิ้วเท้าชิด
ขาหลัง ขาหลังท่อนบนแข็งแรง ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ ข้อเท้าหลังสั้นตั้งฉากกับพื้น มองจากด้าน หลัง ขาหลังตรง ห่างกันพอเหมาะ เท้าคล้ายแมวนิ้วเท้าชิด
หาง ค่อนข้างสั้น โคนหางอยู่ในระดับต่ำ หางควรชี้ขนานกับพื้น
ขน-สี ขนสั้นแข็ง ผิวหนังตึง สีขาวทั้งตัว หรือ ลายเสือ
การเดิน-วิ่ง ดูมั่นคง มองจากด้านหน้า-หลัง ขาไม่ปัดหรือบิด
ข้อบกพร่อง ตาสีฟ้า ตัวสีขาวแล้วมีจุดหรือปนสีอื่นๆ
ความคิดเห็นเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์นี้ คือเป็นสุนัขที่มีนิสัยร่าเริง ขี้เล่น ชอบออกกำลังกาย เป็นสุนัขที่น่าเลี้ยงอีกพันธุ์นีง ฉลาดและฝึกง่ายเข้ากับคนได้ดี

บาเซ็นจิ


บาเซ็นจิ (Basenji) สายพันธุ์ สุนัขล่าเหยื่อ (Hound) ชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมที่ทวีปแอฟริกา บริเวณประเทศคองโก โดยคำว่า "บาเซ็นจิสิ่งที่อยู่ในพุ่มไม้"
บาเซ็นจิเป็นสุนัขที่ผู้คนในแถบทวีปแอฟริกานิยมเลี้ยงมานานแล้ว เพราะหลักฐานทางโบราณคดีพบว่า รูปสลักในปิรามิดมีรูปของสุนัขที่ลักษณะคล้ายบาเซ็นจิอยู่ และแม้เทพองค์หนึ่งที่เป็นที่นับถือของชาวอียิปต์โบราณ คือ อนูบีส (Anubis) ก็มีหัวเป็นสุนัขคล้ายบาเซ็นจิ
ชาวพื้นเมืองในแอฟริกานิยมใช้บาเซ็นจิในการล่าสัตว์ ซึ่งบาเซ็นจิสามารถใช้ล่าเป็นอย่างดีทั้งสัตว์ขนาดเล็ก อย่าง นก หนู กระต่าย หรือแม้แต่กระทั่งสัตว์ขนาดใหญ่ อย่าง กอริลลา
ลักษณะของบาเซ็นจิ เป็นสุนัขขนสั้น รูปร่างปราดเปรียว สง่างาม หลังตรง รูปร่างถือว่าไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับสุนัขล่าเนื้อชนิดอื่น ๆ หางม้วนเป็นวงกลม หน้าแหลม หูแหลมชี้ตั้ง มีความสูงประมาณ 40 - 43 เซนติเมตร น้ำหนัก 9.5 - 11 กิโลกรัม และมีลักษณะพิเศษคือ ไม่มีกลิ่นตัว และไม่เห่า จัดว่าเป็นสุนัขชนิดเดียวในโลกที่ไม่เห่า เมื่อเวลาจะส่งเสียงขู่จะเพียงแค่คำรามสั้น ๆ ในลำคอ สีลำตัวโดยมากจะเป็นสีน้ำตาล - ขาว หรือ สีน้ำตาลแดง - ขาว อายุโดยเฉลี่ย 16 ปี
อุปนิสัยของบาเซ็นจิ เป็นสุนัขฉลาด แม้จะไม่เห่า แต่ก็สามารถใช้เฝ้าบ้านได้เป็นอย่างดี มีสัญชาติญาณความเป็นนักล่าสูงอันเป็นลักษณะนิสัยประจำสายพันธุ์ และรักอิสระ ไม่ชอบให้ใครมาบังคับขู่เข็ญ
ในประเทศไทย บาเซ็นจิ ยังเป็นสุนัขที่ได้รับความนิยมน้อย เนื่องจากเป็นสุนัขที่มีราคาแพง โดยมากมักจะนำเข้ามาจากต่างประเทศ อีกทั้งยังมีรูปร่าง ลักษณะ คล้ายคลึงกับสุนัขทั่ว ๆ ไป ของไทย จึงทำให้ไม่ได้รับความนิยมนัก สำหรับสุนัขบาเซ็นจิที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ได้แก่ คุณทองแท้ สุนัขทรงเลี้ยงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คู่ของคุณทองแดง ซึ่งคุณทองแดงนี้ก็สันนิษฐานว่ามีเชื้อสายของบาเซ็นจิผสมอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน
Basenji.jpg

บ็อกเซอร์


สุนัข บ็อกเซอร์  มีแหล่งกำเนิดในประเทศ เยอรมัน เป็นสุนัขในสายพันธ์ของ บูลด็อก ซึ่งจัดเป็นสายพันธ์ที่ใช้ล่าหมี และวัว เหมาะสำหรับใช้เป็นสุนัขคุ้มกันและเฝ้าบ้าน มีความอดทนสูง มีความซื่อสัตว์ต่อเจ้าของและสมาชิกในครอบครัว

[แก้]ขนาดและรูปร่าง

บ็อกเซอร์ มีส่วนสูง เพศผู้ ประมาณ 57-63 เซนติเมตร เพศเมีย ประมาณ 53-60 เซนติเมตร น้ำหนัก เพศผู้ 66-70 ปอนด์ เพศเมีย 55-60 ปอนด์ มีขนสั้นเรียบ มีสี ดำ แดง แทน ใบหน้าแต้มดำ มีอายุเฉลี่ย 10-12 ปี

Rj boxer.jpg